Wednesday, July 10, 2013

จุดมุ่งหมายนั้นท่านได้แต่ใดมา?

ความสำเร็จคือการดิ้นรนจากเกาะเล็กๆ ไปติดบนเ่กาะที่ใหญ่กว่า(ฮา)
ผมเชื่อว่าทุกคนมีจุดหมายของชีวิต ผมเองก็เคยมีจนกระทั่งเข้าใจว่าจุดหมายที่ผมเคยมีนั้นมันมาจากไหน ผมก็เลยตัดสินใจที่จะไม่มีจุดหมายเสียดีกว่า

นับตั้งแต่เรายังเด็กๆ เราก็ถูกสอนให้รู้จักการตั้งเป้าหมายเริ่มจากเรื่องเล็กๆ ถูกฝึกฝนให้ตั้งเป้าหมายใหญ่ขึ้น ถูกสอนเรื่องราวของคุณค่าเพื่อให้เรารู้สึกว่าจุดมุ่งหมายทุกอย่างมีคุณค่าควรแก่การไขว่คว้าและทำให้เรามีคุณค่า เราทุกคนก็เลยได้ฝึกวิ่ง วิ่ง วิ่ง แล้วก็วิ่งเพื่อไขว่คว้าอะไรสักอย่างตามที่สอนๆกันมาอย่างเคร่งเครียด โดยคนสอนเองก็วิ่งขาขวิดเหมือนกันกับม้าในสนามแข่งม้าที่นางเลิ้ง ซึ่งก็ไม่มีใครรู้เลยจริงๆว่าวิ่งกันไปทำอะไร ไม่วิ่งไม่ได้หรือไง

รู้ไหมครับว่า เราวิ่งกันไปทำไม?

หลายคนก็ตอบว่าวิ่งไปเพื่อชีวิตที่ดีกว่า วิ่งไปเพื่อความมั่งคั่งร่ำรวย วิ่งไปเพื่อครอบครัว ฯลฯ

Thursday, June 27, 2013

มายาการของการสื่อสารและโฆษณา

ทุกอย่างที่ตัวหีบห่อสื่อออกมาเพื่อดึงดูดให้เราตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นทั้งนั้น
วันนี้มาว่ากันด้วยหัวใจแห่งการสื่อสารและโฆษณา อันเป็นหัวใจแห่งการหลอกลวงในระบบทุนกันดีกว่า และที่ต้องมีคำว่าการสื่อสารเข้าไปด้วยก็เพราะตอนนี้เราถูกปิดกั้นปิดบังและบิดเบือนข้อมูลมากขึ้นในทุกทางทุกวงการอย่างน่ากลัว

เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2556 ที่ผ่านมาผมเดินทางไปดูที่ดินที่ จ.เพชรบูรณ์ ขากลับได้นั่งคุยกับนายหน้าที่ร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่งไม่ไกลจากแปลงที่ดินที่เราไปดู นายหน้ารายนี้เล่าว่า ทุกวันนี้ทำมาหาเงินไม่พอจะกิน แค่นั้นล่ะ ผมอดสงสัยไม่ได้ก็เลยถามไปว่ามีที่กี่ไร่? เขาตอบว่าสิบกว่าเกือบ 20 ไร่ ผมก็ถามกลับว่าอาหารน่ะปลูกกินเองได้ทำไมไม่ปลูก นายหน้าคนนั้นถึงกับงง ทั้งๆที่ได้เคยไปเยี่ยมเยียนศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้องของ อ.ยักษ์ (ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร) มาแล้วด้วยซ้ำไป
ถึงตรงนั้นผมก็ได้รู้ว่า เขาถูกหลอกให้ปลูกพืชเชิงเดี่ยวหาเงินไปซื้อข้าวกิน ถูกหลอกว่าให้ใช้เคมีในการเกษตรเพื่อผลผลิตที่ดีได้มาตรฐาน แต่พอเอาผลผลิตไปขาย กลับถูกกระบวนการรับซื้อผลผลิตปิดบังข้อมูลทุกขั้นตอนเพื่อกดราคาขาย ไม่ว่าจะเป็นการชั่งน้ำหนักที่เกษตรกรไม่ได้เห็นกับตาว่าทางผู้รับซื้อชั่งได้นำหนักเท่าไหร่ ความชื้นกี่เปอร์เซ็นต์ ฯลฯ

Thursday, June 20, 2013

การศึกษาในกะลาของทุนนิยม

ระบบการศึกษาคือระบบเพาะพันธุ์ปศุสัตว์มนุษย์ดีๆนี่เอง
เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเราถึงไม่ได้ใช้วิชาส่วนใหญ่ที่เราเคยเรียนกันแทบเป็นแทบตายทั้งในโรงเรียนกับในมหาวิทยาลัย สงสัยไหมครับว่าทำไมมันถึงต้องแข่งกันตลอดชีวิตนับตั้งแต่อนุบาลจนกระทั่งตายลงหลุม ยิ่งอายุเยอะขึ้นการแข่งขันก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆอย่างไร้เหตุผล

ที่ตลกคือเนื้อหาวิชาที่เราใช้งานอยู่ในชีวิตประจำวันจริงๆทุกวันนี้มันก็แค่อ่านออกเขียนได้ บวกลบคูณหารเป็น พูดจารู้เรื่องเท่านั้น แม้กระทั่งอาชีพวิศวกรที่ผมเคยทำมาสิบปีก็แทบจะไม่ได้ใช้วิชาการที่เรียนมาเท่าไหร่เลย ใบปริญญาพอสมัครงานได้ก็แทบไม่ต้องใช้แล้ว ส่วนไอ้ที่แข่งขันกันเอาเป็นเอาตายตั้งแต่ระดับลูกจ้างกระจ๊อกไปจนถึงเจ้าของกิจการใหญ่น่ะ เคยตั้งคำถามกันบ้างไหมว่าแจะแข่งกันไปทำไม ในเมื่อเราก็กินข้าวแค่ 3 มื้อต่อวันเท่านั้นเอง แข่งกันเพื่อความมั่งคั่งส่วนที่เกินจำเป็นงั้นเหรอ?

Wednesday, June 5, 2013

ระบบทุนนิยมกับธรรมชาติเดิมของมนุษย์

เหตุที่การพัฒนาทำให้ทุกข์มากขึ้น ก็เพราะมันเป็นไปเพื่อการขายสินค้าเท่านั้น
ผมขอเริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่า

ระบบเศรษฐกิจหรือมนุษย์เกิดมีมาก่อนกัน?

คงจะได้คำตอบในใจกันไปแล้วนะครับว่าอะไรเกิดก่อน ที่ต้องอ้างอิงถึงขนาดนี้ก็เพราะว่า จริงๆแล้วมนุษย์เราก็คือธรรมชาติอย่างหนึ่ง ไม่ต่างอะไรกับต้นไม้ ภูเขา น้ำทะเล สิงสาราสัตว์ทั้งหลายที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบโดยรวมที่เรียกว่าธรรมชาติเหมือนกัน แต่ระบบเศรษฐกิจทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนสิ่งของ มาจนถึงการใช้ระบบเงิน ระบบเครดิตอย่างในทุกวันนี้ ถือได้ว่ามาทีหลังความเป็นธรรมชาติเดิมแท้ของมนุษย์อย่างแน่นอน

ธรรมชาติเดิมของมนุษย์นั้นก็เหมือนธรรมชาติทั้งหลายที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ตามวันเวลาที่ถูกกำหนดโดยการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ น้ำขึ้นน้ำลง ข้างขึ้นข้างแรม และสภาพภูมิอากาศสภาพภูมิประเทศในแต่ละท้องถิ่น บรรพบุรุษเราเคยใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุขตามธรรมชาติ ไม่มีข้อผูกมัด ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีภาระให้ต้องยุ่งยากคับแค้นดังเช่นทุกวันนี้ ก็แค่ใช้ชีวิตไปจะทำให้มันยากทำไม

Thursday, May 30, 2013

ความจนกับความรู้สึกว่าจน

โดนครอบงำให้เป็นแค่ผู้บริโภคมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วจะเป็นอิสระได้ยังไง?
ใครรู้สึกว่าตัวเอง "จน" บ้างยกมือขึ้น

ผมเชื่อว่าต่อคำถามข้างต้นนี้จะทำให้คนเกือบทั้งหมด ยกมือกันเป็นแถว ไม่เว้นแม้แต่คนที่มีรถขับ มีบ้านอยู่ มีเงินเป็นล้านๆก็ตาม

เพราะอะไร? เกิดจากอะไร? ทำไมเราถึงยังรู้สึก"จน" อยู่ แม้เราจะมีข้าวกินอิ่ม 3 มื้อ มีบ้านอยู่ มีรถขับก็ตาม?


ความรู้สึก"จน"ที่ว่านี้เป็นมายาภาพที่ผู้ผลิตสินค้าและบริการทั้งหลายร่วมมือกันสร้างขึ้น เพื่อให้เรารู้สึกว่าชีวิตยังไม่ดีพอ โดยสร้างเงื่อนไขว่า ถ้าจะให้ชีวิตดีพอก็ต้องเป็นแบบที่เขานำเสนอในโฆษณาสินค้าถึงจะเรียกว่าดีจริง