Monday, June 15, 2015

ตลาดเสรีไม่มีจริง

ยิ่งกิจการใหญ่โตก็ยิ่งผูกขาด
เชื่อว่าทุกท่านคงเคยเห็นข่าวหรือสัมผัสได้ด้วยตนเองจากการทำการค้าขาย แล้วพบว่า ตลาดแต่ละแห่งนั้น ล้วนมีเจ้ามือ หรือเจ้าพ่อเจ้าแม่คุมอยู่ ทั้งในแบบที่ผิดกฎหมายและไม่ผิดกฎหมาย

แล้วตลาดเสรีแบบที่เราได้เรียนรู้มาจริงๆนั้นอยู่ตรงไหน?

ตลาดเสรีในทางเศรษฐศาสตร์นั้น เป็นเพียงทฤษฎีที่อยู่แต่ในแผ่นกระดาษเท่านั้นครับ ตลาดเสรีในโลกของความเป็นจริงมันไม่มี ที่มันไม่มีเพราะอำนาจต่อรองและอำนาจครอบงำเหนือตลาดของรายใหญ่นั่นเอง และแม้จะมีกฎหมายมากำกับควบคุมเพื่อให้เกิดตลาดเสรี แต่ที่สุดแล้วตัวกฎหมายเองก็โดนบิดเบือนและถูกละเลยโดยเจ้าหน้าที่รัฐผู้บังคับกฎหมายเสียเอง ตัวอย่างมีมากมายครับ เช่น

บางท่านอาจจะเคยพยายามนำสินค้าไปขายในห้าง แต่เจอรายใหญ่กีดกัน โดยทำสัญญาผูกขาดกับห้างไว้ว่า ไม่ให้ผู้ขายรายอื่นที่ขายสินค้าชนิดเดียวกันมาขายแข่งกับตนในห้างเดียวกัน ที่ทำได้แบบนี้ก็เพราะมีสาขาร้านอยู่ทั่วประเทศเป็นตัวต่อรอง

บางท่านอาจจะเคยเอาสินค้าเกษตรไปขายให้กับคนกลางรายใหญ่ ซึ่งรับซื้อสินค้าเกษตรแบบไม่อั้น และด้วยอำนาจทุนที่มีมากนี้เอง ก็ได้ใช้เป็นเงื่อนไขในการกดราคาซื้อสินค้าเกษตรกับเกษตรกรอย่างไม่เป็นธรรม และนำสินค้าที่ซื้อมาได้ถูกๆนั้น ไปขายต่อโดยตั้งราคาไว้สูงกว่าที่ควรจะเป็น และเรียกมันว่าเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรเพิ่มจริงนอกจากราคา เรียกว่าไม่เป็นธรรมกับทั้งฝ่ายผู้ผลิตและผู้บริโภค ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มส่วนต่างของกำไรตัวเองให้มากขึ้น

Monday, May 11, 2015

เครื่องมือในการยึดครองโลกของระบบทุนนิยม

คำว่า "ผู้บริโภค" จริงๆเขาหมายถึงเหยื่อนั่นเอง เพียงแต่เรียกให้สุภาพเท่านั้นแหละ
ภายใต้ชีวิตสะดวกสบายจะซื้ออะไรก็มีขาย จะต้องการอะไรก็หาให้ได้อย่างเช่นทุกวันนี้ จะมีสักกี่คนที่รู้ความจริงว่า เราเป็นแค่ไก่ในเล้าของระบบทุนเท่านั้น

เพราะอะไร?

สินค้าทุกชิ้นที่เราซื้อมาใช้นั้นล้วนแล้วแต่มีลิขสิทธิ์ สิทธิบัตรกำกับอยู่ทั้งนั้น จะไปทำลอกเลียนแบบโดยไม่จ่ายเงินค่าสิทธิ์ก็ไม่ได้ หรือสินค้าอย่างน้ำมัน ก็มาจากระบบสัมปทานผูกขาด

Wednesday, February 18, 2015

ทำไมทุนนิยมถึงต้องทำลายรากเหง้าภูมิปัญญาของสังคม

เมื่อเราละทิ้งรากเหง้าภูมิปัญญาเดิมของบรรพบุรษ เราก็เป็นได้แค่หนูถีบจักรเท่านั้นเอง
อ่านหัวข้อแล้วเหมือนเป็นข้อหาอุกฉกรรจ์นะครับ แต่มันคือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะอะไร?

ที่ผ่านมาเราเห็นกระแสทุนนิยมและกระแสของอุตสาหกรรมแทรกซึมเข้าไปในทุกๆวงการ ทุกๆสาขาอาชีพ แล้วก็ทำลายวิถีเก่าๆ ภูมิปัญญาเก่าๆ หรือของเก่าๆที่บรรพบุรุษของเราใช้ในการพึ่งพาตนเองจนสิ้น นับตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมที่พาคนจากเรือกสวนไร่นา เข้ามาเป็นคนงานค่าแรงถูกในเมืองและในระบบอุตสาหกรรม มาเป็นชนชั้นกลางที่ต้องอยู่อย่างดิ้นรน และหวาดกลัวว่าจะเสียสถานะทางการเงินและทางสังคมของตน ภูมิปัญญาอันเป็นรากเหง้าเดิมของเราก็แทบจะสูญพันธุ์ไป และมีลัทธิบริโภคนิยมพร้อมกับสินค้าดาษๆที่ดูเหมือนกันไปหมดมาแทนที่

ระบบทุนนิยมสร้างเหตุผลอันสวยหรูและบอกกับเราว่า ของใหม่ย่อมดีกว่า สะดวกสบายกว่า มั่งคั่งร่ำรวยกว่า ทันสมัยกว่า ส่วนเราก็เชื่อเพราะไม่รู้ทันคำลวงโลกนั้นที่ถูกฉายผ่านสื่อต่างๆตลอดเวลา ซึ่งเมื่อไหร่ที่เราได้ยินคำว่านวัตกรรมใหม่ที่ดีกว่า นั่นก็มักจะหมายความว่าภูมิปัญญาดั้งเดิมได้ถูกแซะออกไปจากอารยธรรมมนุษย์อีกหนึ่งอย่าง แล้วเขาก็จะเอานวัตกรรมที่เขาจดสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์แล้วนี่แหละมาขายเพื่อหากินกับเราตลอดชีวิต ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น เราไม่เคยจะต้องเสียเงินให้กับสิ่งที่ภูมิปัญญาของเราทำได้เลยแม้แต่นิดเดียว

Thursday, November 6, 2014

การล่าอาณานิคมระดับรากหญ้า

การล่าอาณานิคมไม่ได้หายไปไหน แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบอย่างเนียนๆเท่านั้นเอง
เคยสังเกตไหมครับว่าทำไมร้านโชว์ห่วย ร้านขายของตึกแถว ค่อยๆหายไป กลายเป็นห้าง กลายเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ กลายเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต กลายเป็นแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อชื่อดัง ตลาดสดกลายเป็นร้านขายอาหารสดภายใต้เงื้อมเงาบริษัทยักษ์ใหญ่ คลีนิกตึกแถวที่เคยมี ค่อยๆหายไปกลายเป็นโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลขนาดเล็กแถมราคาค่ารักษาพยาบาลก็แพงมาก ทำไมเกษตรกรรายเล็กรายน้อยถึงได้หมดตัวเป็นหนี้เป็นสิน ต้องเช่าที่นาหรือเป็นแรงงานราคาถูกรับจ้างนายทุนทำนา ทำไมเกษตรกรจำนวนมากจึงต้องทำปศุสัตว์ภายใต้ระบบเกษตรพันธสัญญา ทำไมอาหารที่เรากินเข้าไปจึงผลิตจากบริษัทเพียงไม่กี่แห่ง ทำไมเราทางเลือกในการรักษาสุขภาพของเราจึงน้อยลงเรื่อยๆ

Wednesday, October 15, 2014

มนุษย์จะพัฒนาไปไหน?

การพัฒนาทุกวันนี้มันมีสภาพเป็นแบบนี้ครับ พัฒนาเพื่อการผูกขาดของธุรกิจไม่ใช่เพื่อประชาชน
ช่วงที่ผ่านมาหลังการปฏิวัติ ก็ได้มีกระแสเรื่องปฏิรูปประเทศขึ้นมาในแทบทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา เรื่องคอรัปชั่น ฯลฯ นอกจากการปฏิรูปประเทศแล้วก็ยังมีการพูดถึงการพัฒนาประเทศด้วย ซึ่งเห็นแนวทางพัฒนาประเทศในแต่ละด้านแล้วละเหี่ยใจอย่างแรง

ก็จะพัฒนาไปไหนล่ะครับ?
ก็จะพัฒนาไปเพื่ออะไรล่ะครับ?

ถ้าอธิบายประเด็นนี้ได้ไม่ตรงจุด ถ้าไม่เข้าใจความเป็นจริงของปัญหาหรือรากเหง้าของปัญหา ต่อให้พัฒนาไปมากแค่ไหน หรือเจริญก้าวหน้าอย่างไรก็ไม่มีวันที่จะทำให้มันดีได้เลย

Wednesday, August 20, 2014

เศรษฐกิจซอมบี้

ทุนนิยมไม่ใช่ระบบเศรษฐกิจของมนุษย์นะครับ มันเป็นแหล่งผลิตซอมบี้!!!
ภาพการประท้วงขอขึ้นราคาผลผลิตการเกษตรที่เราเคยเห็นกันจนชินตาในช่วงหลายปีที่ผ่านๆมา บอกอะไรเราได้บ้าง?

เกษตรกรไม่รู้จักพอหรือ? เกษตรกรโง่งั้นหรือ? เป็นไปตามกลไกการตลาดหรือ? ผลผลิตไม่ได้คุณภาพหรือ? มโนเอาเองตามทฤษฎีในตำราทั้งนั้น เพราะความเป็นจริงคือ ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบทุนหรือนายทุนใหญ่ที่คุมตลาดทั้งหมด โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว

Thursday, August 7, 2014

บทคัดย่อหนังสือ: End of the Line / ความรุ่งและความล่มของบริษัทข้ามชาติ


เกริ่นก่อนอ่าน: บทคัดย่อหนังสือเล่มนี้ผมคัดลอกมาจากบทคัดย่อที่แนะนำโดย ดร.ไสว บุญมา เพื่อให้ทุกท่านได้เห็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่าบริษัทข้ามชาติในทุกมิติของสังคม จะได้เข้าใจว่ามันกลายเป็นทุนสามานย์ได้ยังไง และทุนนิยมมาถึงขีดจำกัดก่อนที่จะเสื่อมสลายไปยังไง ผมจะไม่ตัดสินอะไรนะครับ ผู้อ่านที่ติดตาม ปศุสัตว์เมืองใหญ่ มาโดยตลอดน่าจะเข้าใจเส้นสนกลใดของทุนนิยมกันอยู่แล้วประมาณหนึ่ง
----------------------------------------------------

Wednesday, May 21, 2014

ความฉ้อฉลของระบบการเงินโลก ตอนที่ 2

สารคดี ชุด เจ้าพ่อเงินตรา

สารคดีเรื่องยาวว่าด้วยความยอกย้อน ซับซ้อนซ่อนเงื่อนของระบบการเงินที่แทรกซึมและกัดกินระบบเศรษฐกิจครับ มีซับไตเติ้ลไทยด้วย

ตอนที่ 1/10

Thursday, April 3, 2014

ความฉ้อฉลของระบบการเงินโลก ตอนที่ 1

วันนี้ผมไม่ได้มาเขียนบทความให้อ่านครับ แต่ได้รวบรวมวิดีโอเกี่ยวกับความฉ้อฉลของระบบการเงินโลกมาให้ดูกันหลายตอน ซึ่งวิดีโอเหล่านี้ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบเงินและธนาคารได้ดีมาก ซึ่งระบบเงินและธนาคารสำหรับคนทั่วไปนั้นเป็นเรื่องที่ออกจะลึกลับ เพราะเราไม่รู้ว่าเขาบริหารจัดการเงินกันยังไง ปีหนึ่งๆธนาคารแต่ละแห่งมีกำไรสูงเป็นแสนล้านทั้งๆที่ไม่ค่อยได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักเท่าไหร่

วิดีโอทั้งหมดจะเปิดโปงความฉ้อฉลของระบบการเงินว่ามันดำมืดแค่ไหน แล้วจะได้รู้กันเสียทีว่า ไอ้เงินที่เราถืออยู่ กระเสือกกระสนวิ่งหามาด้วยความเหนื่อยยากนั้น กลับกลายเป็นพันธนาการให้เราต้องวิ่งขาขวิดเพื่อรับใช้ระบบทุนไปจนตาย ไม่ต่างอะไรกับสัตว์เลี้ยงในฟาร์มเลย

Tuesday, February 4, 2014

ปัจฉิมกาลประชาธิปไตย

พี่ใหญ่อย่างอเมริกันยังเดินลงหลุม...พี่ไทยจะเหลือเหรอครัช
 รอบที่แล้วเขียนเรื่องปัจฉิมกาลทุนนิยม มารอบนี้จะบอกว่าประชาธิปไตยล่มสลายไปเรียบร้อยแล้วเช่นกันครับ เพียงแต่เรายังไม่รู้ตัวกัน ได้แต่สังเกตปรากฏการณ์ต่างๆที่เป็นสัญญาของการล่มสลายไปเรื่อยๆ โดยที่แทบไม่เชื่อว่าเราจะเดินมาถึงขนาดนี้ เช่น การเลือกตั้งปลอมๆที่มีเจตนาฟอกความผิดนักการเมือง การออกกฏหมายเอื้อพรรคพวกเพื่อนพ้องตัวเองมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ ฯลฯ จนทุกวันนี้เราอยู่กันแบบไม่มีอะไรให้ยึดเหนี่ยวแล้วจริงๆ เพราะสมมติบัญญัติทั้งหลายในระบอบประชาธิปไตย ได้ถูกทุนนิยมสามานย์บิดเบือนไปหมดแล้ว ซึ่งการบิดเบือนเจตนารมณ์แห่งระบอบประชาธิปไตยนี่แหละ ก็คือการทำลายกันตรงๆเลยแบบไม่อ้อมค้อม

ทีนี้เราจะอยู่กันยังไง หากไม่มีประชาธิปไตย?

Friday, September 20, 2013

ปัจฉิมกาลทุนนิยม

ทุนนิยมทำลายตัวเองได้เร็วกว่าคอมมิวนิสต์เสียอีก ขำขื่นว่ะ
เมื่อหลายปีก่อนผมเคยคิดเหมือนกันครับว่า ธุรกิจโตแล้วไปไหน? ขยายกิจการ เติบโต แตกบริษัท เข้าตลาดหุ้น สู่ตลาดโลก แล้วไปไหนต่อ ออกไปทำธุรกิจนอกโลกงั้นรึ?

จวบจนกระทั่งเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์เมื่อปี 2551-52 รวมถึงวิกฤตการเงินเรื้อรังหลังจากนั้นเป็นต้นมา ซึ่งได้เผยให้เราเห็นความอัปลักษณ์ของระบบทุนที่กัดกินตัวเอง จนก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในเชิงเศรษฐกิจ ทำให้ช่องว่างระหว่างรายได้ของชนชั้นบนกับชนชั้นล่างห่างกันอย่างมาก คนรวยก็รวยยิ่งขึ้น รวยจนไม่รู้จะรวยกันยังไง ขณะที่คนจนก็หมดสิทธิ์ที่จะลืมตาอ้าปากได้อีกเลยไม่ว่าจะชาตินี้ชาติหน้า

แม้แต่คนชั้นกลางเองก็เริ่มอยู่ยากมากขึ้น เพราะถูกระบบกดขี่ตั้งแต่เริ่มเข้าโรงเรียนจนกระทั่งจบมาเป็นทาสแรงงาน ตลอดจนปัญหาเศรษฐกิจมากมายที่พาเหรดกันออกมาแสดงตัวให้เราเห็นแล้วว่า ระบบทุนนิยมที่เคยมีมานั้น มันไปต่อไม่ได้เสียแล้ว ถึงจุดจบเสียแล้ว และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เห็นความจริงของภาพลวงแห่งความมั่งคั่งทั้งหลาย ซึ่งถูกนำเสนอผ่านสื่อกระแสหลัก ในการกล่อมให้ผู้คนได้เคลิ้มและวิ่งไขว่คว้าหาความมั่งคั่งปั่นระบบเศรษฐกิจให้คนกลุ่มเล็กๆที่เรียกว่านายทุน

Thursday, August 8, 2013

สงครามโลกครั้งที่ 3 เริ่มขึ้นแล้ว

สงครามโลกครั้งที่ 4 อาจจะเป็นสงครามที่คนกินกันเองน่ะนะ
การวิเคราะห์นี้มาจากการประมวลผลข้อมูลส่วนตัว จากความเป็นจริงที่ปรากฏ และเป็นความเชื่อส่วนตัวเท่านั้น ไม่มีเหตุอันใดที่จะต้องมาถกเถียงเอาความกับข้าพเจ้าเลย

จั่วหัวซะน่ากลัว เพราะช่วงนี้เราจะเห็นสถานการณ์โลกในด้านต่างๆบ่งชี้ไปทางนี้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์การเงินการคลัง และเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ ตลอดจนถึงนโยบายการเงินการคลังของประเทศต่างๆที่มีลักษณะออกไปในทาง "หนีตาย" ซึ่งก็ไม่รู้ว่าหนีตายจากอะไร แต่ที่เห็นๆคือ ทุกประเทศหนีตายด้วยการพิมพ์เงินเพิ่มเหมือนกันหมด

ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้ว สงครามโลกครั้งที่ 3 ได้เริ่มไปพักใหญ่แล้วครับ แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ตัว!!!

Wednesday, July 10, 2013

จุดมุ่งหมายนั้นท่านได้แต่ใดมา?

ความสำเร็จคือการดิ้นรนจากเกาะเล็กๆ ไปติดบนเ่กาะที่ใหญ่กว่า(ฮา)
ผมเชื่อว่าทุกคนมีจุดหมายของชีวิต ผมเองก็เคยมีจนกระทั่งเข้าใจว่าจุดหมายที่ผมเคยมีนั้นมันมาจากไหน ผมก็เลยตัดสินใจที่จะไม่มีจุดหมายเสียดีกว่า

นับตั้งแต่เรายังเด็กๆ เราก็ถูกสอนให้รู้จักการตั้งเป้าหมายเริ่มจากเรื่องเล็กๆ ถูกฝึกฝนให้ตั้งเป้าหมายใหญ่ขึ้น ถูกสอนเรื่องราวของคุณค่าเพื่อให้เรารู้สึกว่าจุดมุ่งหมายทุกอย่างมีคุณค่าควรแก่การไขว่คว้าและทำให้เรามีคุณค่า เราทุกคนก็เลยได้ฝึกวิ่ง วิ่ง วิ่ง แล้วก็วิ่งเพื่อไขว่คว้าอะไรสักอย่างตามที่สอนๆกันมาอย่างเคร่งเครียด โดยคนสอนเองก็วิ่งขาขวิดเหมือนกันกับม้าในสนามแข่งม้าที่นางเลิ้ง ซึ่งก็ไม่มีใครรู้เลยจริงๆว่าวิ่งกันไปทำอะไร ไม่วิ่งไม่ได้หรือไง

รู้ไหมครับว่า เราวิ่งกันไปทำไม?

หลายคนก็ตอบว่าวิ่งไปเพื่อชีวิตที่ดีกว่า วิ่งไปเพื่อความมั่งคั่งร่ำรวย วิ่งไปเพื่อครอบครัว ฯลฯ

Thursday, June 27, 2013

มายาการของการสื่อสารและโฆษณา

ทุกอย่างที่ตัวหีบห่อสื่อออกมาเพื่อดึงดูดให้เราตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นทั้งนั้น
วันนี้มาว่ากันด้วยหัวใจแห่งการสื่อสารและโฆษณา อันเป็นหัวใจแห่งการหลอกลวงในระบบทุนกันดีกว่า และที่ต้องมีคำว่าการสื่อสารเข้าไปด้วยก็เพราะตอนนี้เราถูกปิดกั้นปิดบังและบิดเบือนข้อมูลมากขึ้นในทุกทางทุกวงการอย่างน่ากลัว

เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2556 ที่ผ่านมาผมเดินทางไปดูที่ดินที่ จ.เพชรบูรณ์ ขากลับได้นั่งคุยกับนายหน้าที่ร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่งไม่ไกลจากแปลงที่ดินที่เราไปดู นายหน้ารายนี้เล่าว่า ทุกวันนี้ทำมาหาเงินไม่พอจะกิน แค่นั้นล่ะ ผมอดสงสัยไม่ได้ก็เลยถามไปว่ามีที่กี่ไร่? เขาตอบว่าสิบกว่าเกือบ 20 ไร่ ผมก็ถามกลับว่าอาหารน่ะปลูกกินเองได้ทำไมไม่ปลูก นายหน้าคนนั้นถึงกับงง ทั้งๆที่ได้เคยไปเยี่ยมเยียนศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้องของ อ.ยักษ์ (ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร) มาแล้วด้วยซ้ำไป
ถึงตรงนั้นผมก็ได้รู้ว่า เขาถูกหลอกให้ปลูกพืชเชิงเดี่ยวหาเงินไปซื้อข้าวกิน ถูกหลอกว่าให้ใช้เคมีในการเกษตรเพื่อผลผลิตที่ดีได้มาตรฐาน แต่พอเอาผลผลิตไปขาย กลับถูกกระบวนการรับซื้อผลผลิตปิดบังข้อมูลทุกขั้นตอนเพื่อกดราคาขาย ไม่ว่าจะเป็นการชั่งน้ำหนักที่เกษตรกรไม่ได้เห็นกับตาว่าทางผู้รับซื้อชั่งได้นำหนักเท่าไหร่ ความชื้นกี่เปอร์เซ็นต์ ฯลฯ

Thursday, June 20, 2013

การศึกษาในกะลาของทุนนิยม

ระบบการศึกษาคือระบบเพาะพันธุ์ปศุสัตว์มนุษย์ดีๆนี่เอง
เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเราถึงไม่ได้ใช้วิชาส่วนใหญ่ที่เราเคยเรียนกันแทบเป็นแทบตายทั้งในโรงเรียนกับในมหาวิทยาลัย สงสัยไหมครับว่าทำไมมันถึงต้องแข่งกันตลอดชีวิตนับตั้งแต่อนุบาลจนกระทั่งตายลงหลุม ยิ่งอายุเยอะขึ้นการแข่งขันก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆอย่างไร้เหตุผล

ที่ตลกคือเนื้อหาวิชาที่เราใช้งานอยู่ในชีวิตประจำวันจริงๆทุกวันนี้มันก็แค่อ่านออกเขียนได้ บวกลบคูณหารเป็น พูดจารู้เรื่องเท่านั้น แม้กระทั่งอาชีพวิศวกรที่ผมเคยทำมาสิบปีก็แทบจะไม่ได้ใช้วิชาการที่เรียนมาเท่าไหร่เลย ใบปริญญาพอสมัครงานได้ก็แทบไม่ต้องใช้แล้ว ส่วนไอ้ที่แข่งขันกันเอาเป็นเอาตายตั้งแต่ระดับลูกจ้างกระจ๊อกไปจนถึงเจ้าของกิจการใหญ่น่ะ เคยตั้งคำถามกันบ้างไหมว่าแจะแข่งกันไปทำไม ในเมื่อเราก็กินข้าวแค่ 3 มื้อต่อวันเท่านั้นเอง แข่งกันเพื่อความมั่งคั่งส่วนที่เกินจำเป็นงั้นเหรอ?

Wednesday, June 5, 2013

ระบบทุนนิยมกับธรรมชาติเดิมของมนุษย์

เหตุที่การพัฒนาทำให้ทุกข์มากขึ้น ก็เพราะมันเป็นไปเพื่อการขายสินค้าเท่านั้น
ผมขอเริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่า

ระบบเศรษฐกิจหรือมนุษย์เกิดมีมาก่อนกัน?

คงจะได้คำตอบในใจกันไปแล้วนะครับว่าอะไรเกิดก่อน ที่ต้องอ้างอิงถึงขนาดนี้ก็เพราะว่า จริงๆแล้วมนุษย์เราก็คือธรรมชาติอย่างหนึ่ง ไม่ต่างอะไรกับต้นไม้ ภูเขา น้ำทะเล สิงสาราสัตว์ทั้งหลายที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบโดยรวมที่เรียกว่าธรรมชาติเหมือนกัน แต่ระบบเศรษฐกิจทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนสิ่งของ มาจนถึงการใช้ระบบเงิน ระบบเครดิตอย่างในทุกวันนี้ ถือได้ว่ามาทีหลังความเป็นธรรมชาติเดิมแท้ของมนุษย์อย่างแน่นอน

ธรรมชาติเดิมของมนุษย์นั้นก็เหมือนธรรมชาติทั้งหลายที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ตามวันเวลาที่ถูกกำหนดโดยการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ น้ำขึ้นน้ำลง ข้างขึ้นข้างแรม และสภาพภูมิอากาศสภาพภูมิประเทศในแต่ละท้องถิ่น บรรพบุรุษเราเคยใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุขตามธรรมชาติ ไม่มีข้อผูกมัด ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีภาระให้ต้องยุ่งยากคับแค้นดังเช่นทุกวันนี้ ก็แค่ใช้ชีวิตไปจะทำให้มันยากทำไม

Thursday, May 30, 2013

ความจนกับความรู้สึกว่าจน

โดนครอบงำให้เป็นแค่ผู้บริโภคมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วจะเป็นอิสระได้ยังไง?
ใครรู้สึกว่าตัวเอง "จน" บ้างยกมือขึ้น

ผมเชื่อว่าต่อคำถามข้างต้นนี้จะทำให้คนเกือบทั้งหมด ยกมือกันเป็นแถว ไม่เว้นแม้แต่คนที่มีรถขับ มีบ้านอยู่ มีเงินเป็นล้านๆก็ตาม

เพราะอะไร? เกิดจากอะไร? ทำไมเราถึงยังรู้สึก"จน" อยู่ แม้เราจะมีข้าวกินอิ่ม 3 มื้อ มีบ้านอยู่ มีรถขับก็ตาม?


ความรู้สึก"จน"ที่ว่านี้เป็นมายาภาพที่ผู้ผลิตสินค้าและบริการทั้งหลายร่วมมือกันสร้างขึ้น เพื่อให้เรารู้สึกว่าชีวิตยังไม่ดีพอ โดยสร้างเงื่อนไขว่า ถ้าจะให้ชีวิตดีพอก็ต้องเป็นแบบที่เขานำเสนอในโฆษณาสินค้าถึงจะเรียกว่าดีจริง

Monday, May 20, 2013

ความล่มสลายแห่งวิถีปัจเจกนิยม

ผมเห็นบ้านเศรษฐีหลายหลังมีรั้วสูง กะคร่าวๆน่าจะประมาณ 4 เมตร มีรั้วลวดหนามอยู่ข้างบนกำแพงอีกทีหนึ่ง มีกล้องวงจรปิดทั้งในและนอกตัวบ้าน มีหมาดุๆไว้เฝ้าบ้าน ลูกกรงเหล็กแน่นหนาจนนึกไม่ออกว่าจะมีไอ้บ้าที่ไหนกล้าเข้าไปขโมยของ ทั้งหมดนี้ทำให้ผมแปลกใจว่านี่โลกเราเจริญกันขนาดต้องสร้างคุกขังตัวเองกันขนาดนี้เลยหรือ? นี่เรากำลังอยู่ในยุคบ้านป่าเมืองเถื่อนหรือยังไง? ทั้งๆที่มองไปรอบๆตัวมีแต่ความเจริญ

ไม่แค่รั้วบ้านเท่านั้นนะครับที่สูงจนใจหาย แต่ความเป็นปัจเจกของผู้คนสมัยนี้ก็สูงจนทำให้คนมากมายแปลกแยกออกจากเพื่อนบ้านจนแทบจะกลายเป็นคนแปลกหน้ากันไปเลย บางบ้านอยู่ติดกันยังไม่รู้จักกันเลยก็มี หรือดีไม่ดี แค่เราเผลอไปมองหน้าใครบางคนก็อาจจะถูกฆ่าเอาได้ง่ายๆ มันบ้ากันขนาดนี้แล้วจริง

วิถีแห่งปัจเจกนิยมนี่แหละครับคือต้นเหตุของปรากฏการณ์ตัวใครตัวมันที่เกิดขึ้นในสังคมทุกวันนี้

Monday, May 6, 2013

การผูกขาดแฝงในระบบทุนนิยม

ว่ากันตามอุดมคติของระบบทุนนิยมแล้ว ทุนนิยมคือระบบการค้าเสรีที่ไม่มีขีดจำกัด มีการแข่งขันกันอย่างเสรีเปิดเผยไม่ปิดกั้น โอกาสทางธุรกิจจึงเป็นของทุกคนไม่ว่าจะรวยจะจน และเชื่อกันว่าการแข่งขันเสรีนี่เองที่จะทำให้ไม่มีการผูกขาดขึ้นในระบบ เพราะจะมีธุรกิจหน้าใหม่ๆเข้ามาท้าชิงตำแหน่งที่หนึ่งเสมอ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อธุรกิจเติบ "ใหญ่" ถึงจุดหนึ่ง ทฤษฎีข้างต้นก็จะใช้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะบริษัทนั้นจะครอบคลุมปัจจัยความจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้คนไปเกือบจะหมดทุกเรื่อง ซึ่งคนในระบบทุนนั้นถูกเลี้ยงดูและสอนกันมาแบบให้พึ่งพาระบบด้วยการซื้อและบริโภคอยู่แล้ว จึงทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาบริษัทผลิตสินค้าเหล่านั้นจนเกิด "การผูกขาดแฝง" ขึ้น ชนิดที่กฏหมายทำอะไรไม่ได้ ตัวอย่างก็เช่นบริษัทผลิตปิโตรเลี่ยมและน้ำมันยี่ห้อหนึ่งที่กำลังถูกโจมตีอย่างหนักในโลกไซเบอร์นั่นเอง

นอกจากการผูกขาดแฝงในลักษณะสร้างเงื่อนไขความจำเป็นให้เกิดกับผู้บริโภคแล้ว บริษัทยักษ์เหล่านี้ก็ยังมีวิธีการอีกมากมายที่จะผูกขาดช่องทางหารายได้ต่างๆ จนธุรกิจรายย่อยที่อยู่ในตลาดเดียวกันไม่สามารถยืนอยู่ได้ เช่น การบังคับขายเหล้าพ่วงเบียร์เพื่อให้เบียร์ยี่ห้อใหม่ได้เกิดในตลาด หรือ โมเดิร์นเทรดเรียกเก็บค่าวางสินค้าบนชั้นวางและรีดค่าทำโปรโมชั่นและของแถมอีกมากมาย โดยที่โมเดิร์นเทรดเหล่านี้ไม่ต้องออกเงินเลย ทำให้ผู้ผลิตรายย่อยแทบจะไม่มีกำไรและไม่มีทางเลือกอื่นที่จะกระจายสินค้าของตนไปสู่ผู้บริโภควงกว้าง อีกตัวอย่างหนึ่งก็เช่น เครือร้านอาหารใหญ่รายหนึ่งสามารถที่จะกดดันห้างสรรพสินค้าไม่ให้รับผู้ค้าที่ทำธุรกิจแบบเดียวกับตนเข้ามาตั้งร้านแข่งในห้างเดียวกันได้

Wednesday, April 17, 2013

นรกเสรีอาเซียน

การเปิดเสรีการค้ามันก็แค่โอกาสหาทาสเพิ่มของนายทุนเท่านั้น
ถึงเวลาที่ต้องยกหัวข้อนี้ขึ้นมาเขียนก่อนเพราะเรากำลังถูกเป่าหูผ่านสื่อกระแสหลักมากมายว่าเมื่อเปิดเสรีการค้าอาเซียนแล้วเศรษฐกิจจะดีชึ้น พัฒนาขึ้น โอกาสจะเปิดกว้าง แต่ต้องถามว่ามุมมองทั้งหมดที่ถูกนำเสนออย่างสวยหรูนั้นเป็นมุมมองของใคร พูดเพื่อใคร แล้วสุดท้ายใครจะได้ประโยชน์จริงๆ

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ผมไม่ได้ต่อต้านการพัฒนานะครับ ถ้าการพัฒนานั้นเป็นการพัฒนาที่แท้จริง แต่ส่วนใหญ่ที่บอกว่าเป็นการพัฒนานั้นกลับกลายเป็นการแสวงหาผลประโยชน์อย่างเอารัดเอาเปรียบของคนกลุ่มเดียวเสียมากกว่า

การพัฒนาที่แท้จริงเท่าที่เห็นในโลกนี้ก็มาจากในหลวงของเรานั่นแหละครับที่เป็นของแท้ๆ เป็นไปเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยจริงๆ ของภาคส่วนอื่นที่เขาทำๆกันส่วนใหญ่นั้นมีจุดประสงค์แฝงในการแสวงหาผลประโยชน์กับคนตัวเล็กๆเสียมากกว่า แต่ก็นะ คนไทยยังตาบอดกันอยู่มาก เลยมองไม่เห็นสิ่งที่พระองค์ทรงทำและทรงเตือนอยู่ตลอดเวลา